ปรัชญา วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครเป็นสถาบันอุดมศึกษา ของชุมชน โดยชุมชนและเพื่อชุมชน เพื่อพัฒนาคน พัฒนาท้องถิ่น และพัฒนาประเทศ โดยยึดมั่นในปรัชญาการจัดการศึกษาที่ว่า “คุณธรรมสร้างคน วิทยาลัยชุมชนสร้างโอกาส”
 
 

“วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐเพื่อการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน”
หน้าแรก | ข่าวสารวิทยาลัย | กระดานข่าว | คลังข้อมูล | คลังรูปภาพ | สารสนเทศ | ใบสมัครออนไลน์ | ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ
 
ผู้บริหารวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร
 


 

 นายวีระชัย  กวีธีระวัฒน์ 

ผู้อำนวยการวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร

 
ข้อมูลวิทยาลัย
 
เกี่ยวกับวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร  
ประวัติและความเป็นมา  
คำขวัญ ปรัชญาและวิสัยทัศน์  
พันธกิจ  
นโยบายหลักและค่านิยม  
แผนยุทธศาสตร์ 4 ปี (2553 - 2556)  
แผนยุทธศาสตร์ 8 ปี (2554 - 2561)  
แผนงานประจำปีงบประมาณ  
บุคลากร  
สถานทีตั้งวิทยาลัย  
งานสภาวิทยาลัย  
สภาวิทยาลัยชุมชน  
สภาวิชาการ  
งานประกันคุณภาพการศึกษา  
การประกันคุณภาพภายใน  
การประกันคุณภาพภายนอก  
KM  
งานหลักสูตร  
หลักสูตรอนุปริญญา  
หลักสูตรฝึกอบรม  
งานวิจัย  
งานวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน  
งานวิจัยและพัฒนา ปีงบประมาณ 2553  
งานวิจัยและพัฒนา ปีงบประมาณ 2554  
งานทะเบียนและวัดผล  
ระบบบริการการศึกษาวิทยาลัยชุมชน  
เอกสารงานทะเบียน  
ใบคำร้องงานทะเบียนนักศึกษา  
งานห้องสมุด  
ระบบห้องสมุดอัตโนมัติ  
แผนการสอนหลักสูตรอนุปริญญา  
ภาคเรียน 2/2554  
ภาคเรียน ๑/๒๕๕๔  
สื่อการเรียนการสอน  
ภาคเรียน 1/2555  
ภาคเรียน ๒/๒๕๕๔  
ภาคเรียน ๑/๒๕๕๔  
ภาคเรียนที่ ๓/๒๕๕๓  
มุมอาจารย์ผู้สอน  
คู่มือและเอกสาร Download  
VDO แสดงการใช้งาน ระบบทะเบียนและวัดผล  
บริการนักศึกษา  
ตารางสอน  
วิชาการฝึกงาน 1/2555  
รายชื่อโครงการและฝึกงานที่ได้รับอนุมัติแล้ว ภาคเรียน ๑/๒๕๕๔  
ผลงานนักศึกษาหลักสูตรอนุปริญญา  
สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  
อื่นๆ  
ติดต่อเรา  
 
รวม Link website
 
 
 
ปีการศึกษา ๒๕๕๒
 
 

การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน
 
ความสำคัญ
          ผลจากพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ..2542 หมวด 4 มาตรา 24 (5) กล่าวว่า  “ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูผู้สอนสามารถจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อม สื่อการเรียนการสอนและอำนวยความสะดวกให้เกิดการเรียนรู้และมีความรอบรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ไปพร้อมกันจากสื่อการเรียนการสอน และแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆและมาตรา 30 กล่าวว่าให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งการส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละระดับการศึกษา
ความหมาย
          การวิจัย(Research) หมายถึง กระบวนการค้นคว้าหาข้อมูล หาคำตอบ การแก้ปัญหา โดยวิธีการที่เป็นระบบ หรือวิธีการทางวิทยาศาสตร์ หรือวิธีการที่เชื่อถือได้
          การวิจัยในชั้นเรียน คือ กิจกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างครูและนักเรียน และบทบาทครู คือ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามหลักสูตรให้กับนักเรียนทั้งชั้น การสอนในชั้นเรียนไม่ใช่การบอกหนังสือ หรือการบอกให้จดหนังสืออย่างเดียว การสอนในชั้นเรียนครูจะต้องจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับนักเรียนทั้งชั้นซึ่งมีความสามารถพื้นฐานแตกต่างกันออกไป ทำให้บางครั้งเกิดปัญหากับผู้สอนที่ต้องจัดกิจกรรมหลากหลายสนองตอบต่อผู้เรียนแต่ละคน การสอนควบคู่กับการสังเกต เก็บรวบรวมข้อมูลนักเรียนในชั้นมาวิเคราะห์ ศึกษาสภาพ จึงเป็นสิ่งจำเป็นต้องดำเนินการตลอดเวลา การวิจัยในชั้นเรียนจะเกิดขึ้นหลังจากครูสรุปได้ว่าปัญหาคืออะไรเกิดที่ไหนและมีแนวทางจะแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร กล่าวคือ ครูคิดหาวิธีการแก้ปัญหาแล้วได้นำไปทดลองใช้จนได้ผลแล้วพัฒนาเป็นนวัตกรรม สามารถนำไปเผยแพร่ได้ต่อไปการวิจัยในชั้นเรียนควรมีลักษณะ คือ
1.      เป็นการวิจัยจากปัญหาที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนเกี่ยวกับการเรียนการสอน
2.      ทำการวิจัยเพื่อนำผลวิจัยไปพัฒนาการเรียนการสอน
3.      ทำการวิจัยควบคู่กับการเรียนการสอน คือ สอนไปวิจัยไป แล้วนำผลการวิจัยไปใช้แก้ปัญหาในชั้นเรียน และทำการเผยแพร่ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น
  
กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 
หมายถึง การจัดการศึกษาที่ถือว่าผู้เรียนสำคัญที่สุด เป็นกระบวนการจัดการศึกษาที่ต้องเน้นให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ และพัฒนาความรู้ได้ด้วยตนเองหรือรวมทั้งมีการฝึกและปฏิบัติในสภาพจริงของการทำงาน มีการเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับสังคมและการประยุกต์ใช้ มีการจัดกิจกรรมและกระบวนการให้ผู้เรียนได้คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ 
นอกจากนี้ ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ โดยสะท้อนจากการที่นักศึกษาสามารถเลือกเรียนรายวิชา หรือเลือกทำโครงงานหรือชิ้นงานในหัวข้อที่สนใจในขอบเขตเนื้อหาของวิชานั้นๆ
รูปแบบการจัดการเรียนรู้ในระดับการอุดมศึกษาตามแนวทางเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งมุ่งพัฒนาความรู้และทักษะทางวิชาชีพ ทักษะชีวิตและทักษะสังคม มีปรากฏในวงการศึกษาไทยหลายรูปแบบตัวอย่างเช่น 
1.      การเรียนรู้จากกรณีปัญหา (Problem-based Learning: PBL)
เป็นรูปแบบการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียนควบคุมการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้เรียนคิดและดำเนินการเรียนรู้ กำหนดวัตถุประสงค์ และเลือกแหล่งเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยผู้สอนเป็นผู้ให้คำแนะนำ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการแก้ปัญหามากกว่าการจำเนื้อหาข้อเท็จจริง เป็นการส่งเสริมการทำงานเป็นกลุ่มและพัฒนาทักษะทางสังคม ซึ่งวิธีการนี้จะทำได้ดีในการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา เพราะผู้เรียนมีระดับความสามารถทางการคิดและการดำเนินการด้วยตนเองได้ดี
เงื่อนไขที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ ประกอบด้วยความรู้เดิมของผู้เรียน ทำให้เกิดความเข้าใจข้อมูลใหม่ได้ การจัดสถานการณ์ที่เหมือนจริง ส่งเสริมการแสดงออกและการนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้โอกาสผู้เรียนได้ไตร่ตรองข้อมูลอย่างลึกซึ้ง ทำให้ผู้เรียนตอบคำถาม จดบันทึก สอนเพื่อน สรุป วิพากษ์วิจารณ์สมมติฐานที่ได้ตั้งไว้ได้ดี
2.      การเรียนรู้เป็นรายบุคคล (individual study)
เนื่องจากผู้เรียนแต่ละบุคคลมีความสามารถในการเรียนรู้ และความสนใจในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีเทคนิคหลายวิธี เพื่อช่วยให้การจัดการเรียนในกลุ่มใหญ่สามารถตอบสนองผู้เรียนแต่ละคนที่แตกต่างกันได้ด้วย อาทิ
2.1 เทคนิคการใช้ Concept Mapping ที่มีหลักการใช้ตรวจสอบความคิดของผู้เรียนว่าคิดอะไร เข้าใจสิ่งที่เรียนอย่างไรแล้วแสดงออกมาเป็นกราฟฟิก
2.2 เทคนิค Learning Contracts คือ สัญญาที่ผู้เรียนกับผู้สอนร่วมกันกำหนด เพื่อใช้เป็นหลักยึดในการเรียนว่าจะเรียนอะไร อย่างไร เวลาใด ใช้เกณฑ์อะไรประเมิน
2.3 เทคนิค Know–Want-Learned ใช้เชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่ ผสมผสานกับการใช้ Mapping ความรู้เดิม เทคนิคการรายงานหน้าชั้นที่ให้ผู้เรียนไปศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองมานำเสนอหน้าชั้นซึ่งอาจมีกิจกรรมทดสอบผู้ฟังด้วย
2.4 เทคนิคกระบวนการกลุ่ม (Group Process) เป็นการเรียนที่ทำให้ผู้เรียนได้ร่วมมือกัน แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดซึ่งกันและกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายเดียวกัน เพื่อแก้ปัญหาให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์
3.      การเรียนรู้แบบสรรคนิยม (Constructivism)
การเรียนรู้แบบนี้มีความเชื่อพื้นฐานว่า ผู้เรียนเป็นผู้สร้างความรู้โดยการอาศัยประสบการณ์แห่งชีวิตที่ได้รับเพื่อค้นหาความจริง โดยมีรากฐานจากทฤษฎีจิตวิทยาและปรัชญาการศึกษาที่หลากหลาย ซึ่งนักทฤษฎีสรรคนิยมได้ประยุกต์ทฤษฎีจิตวิทยาและปรัชญาการศึกษาดังกล่าวในรูปแบบและมุมมองใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ
3.1 กลุ่มที่เน้นกระบวนการรู้คิดในตัวบุคคล (radical constructivism or personal Constructivism or cognitive oriented constructivist theories) เป็นกลุ่มที่เน้นการเรียนรู้ของมนุษย์เป็นรายบุคคล โดยมีความเชื่อว่ามนุษย์แต่ละคนรู้วิธีเรียนและรู้วิธีคิด เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
3.2 กลุ่มที่เน้นการสร้างความรู้โดยอาศัยปฏิสัมพันธ์ทางสังคม (Social constructivism or socially oriented constructivist theories) เป็นกลุ่มที่เน้นว่า ความรู้ คือ ผลผลิตทางสังคม โดยมีข้อตกลงเบื้องต้นสองประการ คือ 1) ความรู้ต้องสัมพันธ์กับชุมชน
         2) ปัจจัยทางวัฒนธรรมสังคมและประวัติศาสตร์มีผลต่อการเรียนรู้ ดังนั้น ครูจึงมี
      บทบาทเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้
4.      การเรียนรู้จากการสอนแบบเอส ไอ พี
          การสอนแบบเอส ไอ พี เป็นรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้นเพื่อฝึกทักษะทางการสอนให้กับผู้เรียนระดับอุดมศึกษา สาขาวิชาการศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจ และความสามารถเกี่ยวกับทักษะการสอน โดยผลที่เกิดกับผู้เรียนมีผลทางตรง คือ การมีทักษะการสอน การมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะทางการสอนและผลทางอ้อม คือ การสร้างความรู้ด้วยตนเอง ความร่วมมือในการเรียนรู้ และความพึงพอใจในการเรียนรู้
          วิธีการที่ใช้ในการสอน คือ การทดลองฝึกปฏิบัติจริงอย่างเข้มข้น ต่อเนื่อง และเป็นระบบ โดยการสอนแบบจุลภาค มีที่ให้ผู้เรียนทุกคนมีบทบาทในการฝึกทดลองตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการฝึก ขั้นตอนการสอน คือ ขั้นความรู้ความเข้าใจ ขั้นสำรวจ วิเคราะห์และออกแบบการฝึกทักษะ
ขั้นฝึกทักษะ ขั้นประเมินผล โครงสร้างทางสังคมของรูปแบบการสอนอยู่ในระดับปานกลางถึงต่ำ ในขณะที่ผู้เรียนฝึกทดลองทักษะการสอนนั้น ผู้สอนต้องให้การช่วยเหลือสนับสนุนอย่างใกล้ชิดสิ่งที่จะทำให้การฝึกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล คือ ความพร้อมของระบบสนับสนุน ได้แก่ ห้องปฏิบัติการสอน ห้องสื่อเอกสารหลักสูตรและการสอน และเครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 
5.       การเรียนรู้แบบแสวงหาความรู้ได้ด้วยตนเอง (Self-Study)
          การเรียนรู้แบบนี้เป็นการให้ผู้เรียนศึกษาและแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เช่น การจัดการเรียนการสอนแบบสืบค้น (Inquiry Instruction) การเรียนแบบค้นพบ (Discovery Learning) การเรียนแบบแก้ปัญหา (Problem Solving) การเรียนรู้เชิงประสบการณ์ (Experiential Learning) ซึ่งการเรียนการสอนแบบแสวงหาความรู้ด้วยตนเองนี้ใช้ในการเรียนรู้ทั้งที่เป็นรายบุคคล และกระบวนการกลุ่ม
6.       การเรียนรู้จากการทำงาน (Work-based Learning)
   การเรียนรู้แบบนี้เป็นการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดพัฒนาการทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เนื้อหาสาระ การฝึกปฏิบัติจริง ฝึกฝนทักษะทางสังคม ทักษะชีวิต ทักษะวิชาชีพ การพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง โดยสถาบันการศึกษามักร่วมมือกับแหล่งงานในชุมชน รับผิดชอบการจัดการเรียนการสอนร่วมกัน ตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์ การกำหนดเนื้อหากิจกรรม และวิธีการประเมิน
7.      การเรียนรู้ที่เน้นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ (Research–based Learning)
การเรียนรู้ที่เน้นการวิจัยถือได้ว่าเป็นหัวใจของบัณฑิตศึกษา เพราะเป็นการเรียนที่เน้นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองของผู้เรียนโดยตรง เป็นการพัฒนากระบวนการแสวงหาความรู้ และการทดสอบความสามารถทางการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน โดยรูปแบบการเรียนการสอนอาจแบ่งได้เป็น 4 ลักษณะใหญ่ ๆ ได้แก่ การสอนโดยใช้วิธีวิจัยเป็นวิธีสอน การสอนโดยผู้เรียนร่วมทำโครงการวิจัยกับอาจารย์หรือเป็นผู้ช่วยโครงการวิจัยของอาจารย์ การสอนโดยผู้เรียนศึกษางานวิจัยของอาจารย์และของนักวิจัยชั้นนำในศาสตร์ที่ศึกษา และการสอนโดยใช้ผลการวิจัยประกอบการสอน
8.      การเรียนรู้ที่ใช้วิธีสร้างผลงานจากการตกผลึกทางปัญญา (Crystal-Based Approach)
การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบนี้ เป็นการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้สร้างสรรค์ความรู้ความคิดด้วยตนเองด้วยการรวบรวม ทำความเข้าใจ สรุป วิเคราะห์ และสังเคราะห์จากการศึกษาด้วยตนเอง เหมาะสำหรับบัณฑิตศึกษา เพราะผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่ มีประสบการณ์เกี่ยวกับศาสตร์ที่ศึกษามาในระดับหนึ่งแล้ว วิธีการเรียนรู้เริ่มจากการทำความเข้าใจกับผู้เรียนให้เข้าใจวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ตามแนวนี้   จากนั้นทำความเข้าใจในเนื้อหาและประเด็นหลัก ๆ ของรายวิชา   มอบหมายให้ผู้เรียนไปศึกษาวิเคราะห์เอกสาร แนวคิดตามประเด็นที่กำหนด แล้วให้ผู้เรียนพัฒนาแนวคิดในประเด็นต่าง ๆ แยกทีละประเด็น โดยให้ผู้เรียนเขียนประเด็นเหล่านั้นเป็นผลงานในลักษณะที่เป็นแนวคิดของตนเองที่ผ่านการกลั่นกรอง วิเคราะห์เจาะลึกจนตกผลึกทางความคิดเป็นของตนเอง จากนั้นจึงนำเสนอให้กลุ่มเพื่อนได้ช่วยวิเคราะห์ วิจารณ์อีกครั้ง
 
การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนในวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร
วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาครในปีการศึกษา 2552 มีการดำเนินการตามพันธกิจในการจัดการการศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่ต่ำกว่าปริญญาตรีและมีนโยบายพัฒนาบุคลากรทุกระดับด้วยการส่งเสริมคนเก่งและตอบแทนคนดีอย่างเป็นธรรมเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการร่วมพัฒนาวิทยาลัยชุมชนไปสู่เป้าหมายจึงได้มีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้กับอาจารย์ผู้สอนในเรื่องการทำวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ในปีการศึกษา 2552 อาจารย์ผู้สอนได้นำการวิจัยไปใช้เพื่อการแก้ปัญหาในห้องเรียนตามกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและได้ผลงานวิจัยเพื่อการพัฒนาการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 10 ผลงานวิจัยดังต่อไปนี้
1.      เรื่อง แนวทางการแก้ปัญหานักศึกษาเข้าชั้นเรียนไม่ตรงเวลา ของนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร สาขาวิชา การจัดการทั่วไป ชั้นปีที่ 2 โดยใช้นวัตกรรม เพื่อนคู่คิดมิตรแนะนำเพื่อครูผู้วิจัย นายปาลิวัฒน์ เสนาฤทธิไกรอาจารย์พิเศษ
2.      เรื่อง ทัศนคติที่มีต่อวิชาการวางแผนและบริหารโครงการของนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร สาขาวิชา การจัดการทั่วไป ชั้นปีที่ 2 ครูผู้วิจัยนายปาลิวัฒน์ เสนาฤทธิไกรอาจารย์พิเศษ
3.      ชื่อเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนโปรแกรมสำเร็จรูปทางธุรกิจ ด้วยโปรแกรมฝึกทักษะการพิมพ์สัมผัสภาษาไทย ของนักศึกษาสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ชั้นปีที่ 1 ห้อง และห้อง 2 ครูผู้วิจัยนายชด นิตศิริครู คศ.1
4.      ชื่อเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร หน่วยเรื่อง ตำแหน่งที่ของข้อมูลวิชาสถิติธุรกิจโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป ครูผู้วิจัยนายเผด็จ เปล่งปลั่งครู คศ.1
5.      ชื่อเรื่อง การใช้เทคนิคการสอนเพื่อประเมินความสามารถที่แท้จริงของนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการทั่วไป ชั้นปีที่ 1 สถานที่เรียนโรงเรียนกระทุ่มแบนวิเศษสมุทรคุณ เพื่อให้เกิดการคิดวิเคราะห์ มีความสุขและนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ครูผู้วิจัย นางรัฐพร ราตรีวงค์ ครู คศ.1
6.      ชื่อเรื่อง การศึกษาผลของการจัดการเรียนรู้วิธีการสอนแบบร่วมมือของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 วิชาการบัญชีชั้นกลาง 1 ครูผู้วิจัย นางสุณัฐชา กุณาศล ครู คศ.1
7.        ชื่อเรื่องการใช้เทคนิคการสอนแบบโครงการพัฒนาตนเพื่อประเมินตามสถานการณ์ที่แท้จริงของผู้เรียนที่ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถคิดวิเคราะห์ตนเอง และสามารถนำผลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ เพื่อการดำเนินชีวิตที่มีความสุข ครูผู้วิจัย นางมนัญชยา เรืองวงศ์โรจน์ครู คศ.1
8.      เรื่องการพัฒนาชุดการเรียนออนไลน์ วิชาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 1 เรื่องตัวแปรและเงื่อนไข สำหรับนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจชั้นปีที่ 2 ครูผู้วิจัย นายสราวุธ วงษ์จู อาจารย์พิเศษ
9.      เรื่องการสร้างแรงจูงใจในการทำแบบฝึกหัดด้วยการสะสมคะแนน รายวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ นักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสารครูผู้วิจัย น.ส.ศิริประกาย พงศ์สุวรรณ อาจารย์พิเศษ
10. เรื่องการพัฒนาทักษะการเขียนเรียบเรียงข้อความโดยใช้แบบฝึกทักษะ ครูผู้วิจัย นางเพ็ญศรี วงศ์เจิญแสนดี อาจารย์พิเศษ

Download  :  การวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนประจำปีการศึกษา 2552 ฉบับเต็ม

 



 
 
 
 
ผู้เข้าชมวันนี้ 000087 คน | ผู้เข้าชมทั้งหมด 00463863 คน Copyright © 2008 วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร all right reserved. site by www.designdoodee.com  admin